สรุป Claude Cowork Use Case Meetup ครั้งที่ 1
Design Lazyyy
Design Lazyyy

ฮัลโหลวันเสาร์ วันแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ เมื่อกี้แอดพึ่งกลับจากงาน Claude Cowork Use Case Meetup ครั้งที่ 1 มาหมาดๆ เลยครับ 🔥 ยังตื่นเต้นไม่หายเลย เอาล่ะเข้าเรื
ฮัลโหลวันเสาร์ วันแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ เมื่อกี้แอดพึ่งกลับจากงาน Claude Cowork Use Case Meetup ครั้งที่ 1 มาหมาดๆ เลยครับ 🔥 ยังตื่นเต้นไม่หายเลย เอาล่ะเข้าเรื่องของงานกันเลย
.
งานนี้จัดโดยพี่เก่ง สิทธิพงศ์ Geng Sittipong Sirimaskasem ผู้จัดงาน Creative Talk Conference ที่ Cleverse รัชดา concept ตรงมากเลยคือให้คนที่ใช้ AI โดยเฉพาะ Claude มานั่งแชร์ use case กันแบบสบายๆ ไม่มีขาย ไม่มีโปรโมต แค่มาคุยกันตรงๆ ว่าแต่ละคนเอา AI ไปทำอะไรได้บ้างในชีวิตจริง
.
ก่อนจะเริ่ม speaker แต่ละคน มีเปิดวงคุยกันก่อนว่า "AI มาแย่งงานมนุษย์ไหม?" คำตอบที่ทุกคนในห้องเห็นตรงกันคือ AI ไม่ได้ทำให้คนว่างงานลง แต่ทำให้คนทำงาน "ยุ่งมากขึ้น" เพราะคู่แข่งก็ใช้ AI เหมือนกัน เลยกลายเป็นอัตราเร่งที่ทุกคนต้องวิ่งตามกันไปเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าจะหยุด ฟังแล้วนึกถึงตัวเองทันทีเลย 😅
.
🎤 คุณแม็ค AI กับ Peesamac
คุณแม็คมาสาย Business User ที่เขียนโค้ดไม่เป็น แต่ mindset ที่ชอบมากคือเขาตั้งคำถามก่อนใช้ AI ทุกครั้งว่างานนั้นซับซ้อนพอที่จะต้องใช้ Claude แบบเจาะลึกหรือเปล่า
.
Use case แรกคือจัดการไฟล์กว่า 20,000 ไฟล์ในโฟลเดอร์ดาวน์โหลดโดยให้ AI อ่านภาพและจัดหมวดหมู่ให้เองทั้งหมด รวมถึงตั้ง Automation ให้ AI สร้างโฟลเดอร์ในเครื่องอัตโนมัติทุกครั้งที่ตรวจเจอในปฏิทินว่ามีคิวสอนเกิน 3 ชั่วโมง ฟังดูเล็กน้อยแต่จริงๆ มันคือการเอาเวลาชีวิตที่เสียไปกับงาน admin กลับมาได้ทุกวัน ต่อมาคือโยน Excel ให้ AI เขียนโค้ดสร้าง Dashboard HTML โดยไม่ต้องรอคิวทีม Data แม้แต่นาทีเดียว และที่ชอบมากคือสั่งให้ AI ไปหาวิธีดึงโมเดล Open Source อย่าง Whisper มาถอดเสียงจากวิดีโอ TikTok ให้กลายเป็นข้อความ ทั้งหมดนี้ทำโดยคนที่เขียนโค้ดไม่เป็นแม้แต่บรรทัดเดียวนะครับ และปิดด้วยการบอกว่า AI ร้อยเรียงเนื้อหาและเลือกใช้คำในการทำสไลด์ได้เก่งกว่าตัวเองเสียอีก ซึ่งฟังแล้วก็ต้องยอมรับว่าจริง 😂
.
🎤 คุณแทป รวิศ @Rawit Hanutsaha
คุณแทปมาในมุมผู้บริหารที่ต้องการเอาเวลาจากงานเอกสารและการหาข้อมูลไปใช้กับการเจอหน้าลูกค้าจริงๆ แทน
.
เคสแรกคือ Knowledge Transfer เวลาพนักงานลาออก แทนที่จะปล่อยให้ความรู้หายไปพร้อมคนๆ นั้น เขาใช้ AI เก็บขั้นตอนและวิธีการทำงานไว้เพื่อส่งต่อให้คนใหม่ได้ง่ายขึ้น ปัญหานี้เป็นปัญหาคลาสสิกขององค์กรที่หลายคนเจอแต่ยังไม่มีวิธีแก้ที่ดีพอ ต่อมาคือให้ AI จำลอง Persona ลูกค้าจริงๆ เพื่อ screen ไอเดียสินค้าก่อนลงทุนทำ Focus Group จริง ประหยัดทั้งเวลาและเงินได้มาก นอกจากนี้ยังให้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมในที่ประชุมว่าใครพูดเยอะเกินไป ทีมมี Psychological Safety ไหม หรือมีใครแอบไม่พอใจกันจากบทสนทนา และยังให้ AI อ่านเว็บข่าวต่างประเทศทั้งเกาหลีและญี่ปุ่นหลายร้อยเว็บเพื่อสรุปเทรนด์รายวันและวิเคราะห์ความผิดปกติในงบการเงินอีกด้วย
.
แต่เคสที่ตลกที่สุดในคืนนี้คือการให้ AI วางแผนธุรกิจขายผ้าเช็ดหน้าสูท Pocket Square ตั้งแต่หาแหล่งผลิต วิธีนำเข้า การตัดเย็บ ไปจนถึงวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย จนทุกอย่างเกือบพร้อมสั่งทำแล้ว... แต่ก็ยังไม่ได้สั่งอยู่ดี 😂 ซึ่งนั่นแหละคือพลังของ AI จริงๆ มันทำให้ "เริ่มได้" เร็วกว่าที่คิดมากจนน่ากลัว
.
🎤 คุณโอม Cleverse
คุณโอม CEO ของสถานที่จัดงาน มาแชร์ในมุมของการทำ Skill Marketplace ชื่อว่า Djinn หรือ จินนี่ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่คนทั่วไปติดตั้งและปรับแต่ง AI Skill ได้ยาก ให้ดาวน์โหลด workflow ไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าเอง
.
Use case ที่น่าสนใจคือระบบสแกนและวิเคราะห์ YouTube เพื่อดูเทรนด์ ยอดวิวเฉลี่ย และประเมินคุณภาพการทำ packaging ทั้งปกคลิปและชื่อคลิป รวมถึงการใช้ AI สแกนหา KOL ใน TikTok ของคู่แข่งเพื่อดูว่าคู่แข่งใช้ hook หรือคำพูดแบบไหนในช่วง 3 วินาทีแรกแล้วเวิร์ค งานพวกนี้ทำเองก็ได้แต่กินเวลาไปครึ่งวัน พอให้ AI ทำมันทำทุกวันโดยไม่บ่นและไม่เคยลืม
.
🎤 คุณโชค @Chogo Visavayodhin
เคสนี้คือ Operational Transformation จริงๆ เพราะเชื่อว่า AI ที่เข้าถึงคอมพิวเตอร์และเบราว์เซอร์ได้โดยตรงจะมาเปลี่ยนชีวิตพนักงานออฟฟิศอย่างสิ้นเชิง
.
เริ่มจากสั่ง AI ให้ไปกวาดไฟล์ .dmg และเทียบรหัส Hash เพื่อลบไฟล์ที่ซ้ำกัน ได้พื้นที่คืนมา 10-15 GB ในครั้งเดียว แต่ที่ทำให้ทุกคนในห้องปากฮ่อพร้อมกันคือระบบบัญชีอัตโนมัติ โยนสลิปโอนเงินเข้าโฟลเดอร์แล้ว AI จะเปิดโปรแกรมบัญชีเอง จับคู่สลิปกับใบวางบิล ออกใบกำกับภาษี และบันทึกข้อมูลเข้าระบบให้ครบทั้งหมดโดยที่มนุษย์ไม่ต้องทำอะไรแม้แต่คลิกเดียว และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือถ้าโปรแกรมไหนไม่มี API เขาแก้ด้วยการนำวิดีโอคู่มือหรืออัดหน้าจอตัวเองขณะใช้โปรแกรมโยนให้ AI ดูและเรียนรู้ แล้ว AI จะสร้าง skill ออกมาไปกดคลิกใช้งานโปรแกรมนั้นแทนมนุษย์ได้เลย level นี้ต้องปรบมือให้จริงๆ ครับ
.
🎤 คุณลิงค์ EXZY @Jomzup Sittipittaya
คุณลิงค์เป็นคนเดียวในห้องที่บอกว่า AI ทำให้เขามีเวลาว่างมากขึ้น ซึ่งฟังแล้วทุกคนก็มองหน้ากันเพราะมันตรงข้ามกับที่ทุกคนรู้สึก เหตุผลคือเขาใช้ AI เพื่อยกระดับ Intelligence ของตัวเอง ไม่ใช่แค่ให้ทำงานแทน
.
Use case ที่ปังมากคือสร้าง Advisory Board ส่วนตัวที่จำลองคนเก่งๆ ระดับโลกอย่าง Elon Musk และ Ray Dalio มาอยู่ในห้องเดียวกัน แล้วโยนปัญหาให้ AI ถกเถียงกันเองเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด ตัวอย่างจริงที่เล่าคือใช้แก้ปัญหาพนักงาน 3 คนที่ชอบปิดไฟนั่งคุยกัน ฟังแล้วขำแต่ก็ทำให้รู้ว่านี่คือวิธีคิดที่ต่างออกไปจริงๆ นอกจากนี้ยังนำ Advisory Board มาวางกลยุทธ์ต่อรองราคากับ Supplier โดยให้ AI สไตล์ต่างๆ ทั้งสาย "ดื้อเงียบ" และสาย "Win-Win" มาช่วยหาทางออกก่อนตัดสินใจจริง รวมถึงเชื่อมต่อ Claude กับ APIify เพื่อดูดข้อมูลทุกโพสต์ของเพจคลินิกคู่แข่งมาวิเคราะห์หาคอนเทนต์ที่เวิร์ค และปิดด้วย skill "Wine Expert" วิเคราะห์ฉลากไวน์ให้ดูเป็นผู้เชี่ยวชาญตอนคุยกับเพื่อน กับให้ AI แต่งนิทานสอน Mindset ให้ลูก ฟังแล้วรู้สึกว่าถ้าใช้ให้ถูก AI คือการมี think tank ส่วนตัวที่ไม่เคยนอนและไม่เคยอารมณ์เสีย
.
🎤 คุณบอย AIYA @Atchariya Darote
คุณบอยมาในฝั่งนักพัฒนาที่ใช้ MCP หรือ Model Context Protocol เชื่อมโยง AI เข้ากับระบบต่างๆ อย่างจริงจัง
.
เริ่มจาก Browser Automation ที่ให้ AI สแกน Facebook Group หานักศึกษาฝึกงานและวิเคราะห์ว่าเรทเงินเดือนที่บริษัทให้นั้นน้อยเกินไปไหม ต่อมาคือเคสที่หนักมากคือสร้างเลขา AI ชื่อ "คุณมุก" ที่รับคำสั่งเสียงผ่านมือถือ ไปสร้างนัดหมายใน Google Calendar เมื่อประชุมเสร็จก็สรุปรายงาน MOM และไปสร้างใบเสนอราคาในระบบ Sales ให้อัตโนมัติทั้งหมด ยังไม่พอ ยังใช้ AI เขียน Proposal โครงการมูลค่า 30 กว่าล้านบาท โดยแจกแจงฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโครงสร้างทั้งหมดได้ครบ และ use case ที่ไม่มีใครพูดถึงในงานอื่นคือการใช้ AI เป็นกรรมการอ่านและตัดเกรดผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้ง 52 ผลงานจากไฟล์ PDF ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ฟังแล้วนึกว่าอยู่ในหนัง sci-fi แต่มันเกิดขึ้นในปีนี้จริงๆ ครับ
.
🎤 คุณอ้น AEIOU @Prin Chamroenpanich
ปิดท้ายด้วยคนที่มาเตือนเรื่องความปลอดภัยและแนะนำเครื่องมือทางเลือก
เคสแรกคือ Marketing Sub-agent แทนที่จะใช้ AI ตัวเดียวทำทุกอย่าง คุณอ้นแยก agent ย่อยๆ ออกตามหน้าที่เลย ทั้งฝ่ายแบรนด์ ฝ่ายวิเคราะห์รูปภาพ และฝ่ายรีเสิร์ช ให้ทำงานสอดคล้องกันเป็นระบบ รวมถึงตั้งให้ AI สรุปข่าว AI ทั่วโลกที่กระทบกับ Marketing จัดทำเป็นรูปแบบนิตยสารส่งเข้าอีเมลทุก 7 โมงเช้า แต่ล้มเหลวเพราะปิดคอมทิ้งไว้ 😅 ซึ่งนี่แหละที่ทำให้เขาแนะนำ Manus AI ที่รันบนระบบคลาวด์ได้เลยโดยไม่ต้องเปิดคอมทิ้งไว้
.
แต่ที่ทำให้ทุกคนในห้องตาเบิกที่สุดคือการสาธิต Prompt Injection ผ่าน PDF ด้วยการซ่อนตัวอักษรสีขาวลงในไฟล์ที่คนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่เมื่อให้ AI อ่านไฟล์นั้น AI จะถูกสั่งการให้ตอบกลับเป็นบทกลอนตามคำสั่งที่ซ่อนไว้ได้ทันที นี่คือ threat จริงๆ ที่เกิดขึ้นได้ถ้าให้ AI อ่านเอกสารจากภายนอกโดยไม่ระวัง และเป็นเรื่องที่ทุกคนที่ใช้ AI ในองค์กรควรรู้ไว้ก่อนจะสาย
.
สิ่งที่แอดได้กลับมาจากงานนี้ไม่ใช่แค่ use case ใหม่ๆ แต่คือความรู้สึกที่ว่า gap ระหว่างคนที่ใช้ AI เป็น agent ที่ทำงานแทนได้จริง กับคนที่ยังใช้มันเป็นแค่ chatbot ถามตอบธรรมดา มันถ่างกว้างขึ้นทุกวันอย่างที่หยุดไม่ได้แล้ว และวันนี้ได้เห็นหลักฐานของมันอย่างชัดเจนในคืนเดียว 🔥
ปิดท้ายที่สำคัญมาก ของกินในงานเยอะมากกกก จัดมาเต็มๆ กินกันไม่หมดจริงๆ และของแจกที่ชอบที่สุดในคืนนี้คือกุญแจ Claude 🗝️ อันนี้ฟิลมากเลย เก็บไว้ห้อยกระเป๋าได้เลย ขอบคุณมากๆ ครับ
.
แล้วก็จริงๆ งานนี้ต้องมีแอดทอย DataRockie มาปิดท้ายด้วยนะครับ แต่พี่เก่งบอกว่าแอดทอยติดงานเฉงเม้ง 😂 โอเคครับ เข้าใจ ความกตัญญูสำคัญกว่า use case ของ AI แน่นอน ไว้เจอกันครั้งหน้าครับพี่ทอย 🙏
.
ขอบคุณพี่เก่ง สิทธิพงศ์ และทีม Cleverse สำหรับงานดีๆ แบบนี้นะครับ หวังว่าจะได้เจอกันอีกในครั้งที่ 2 เร็วๆ นี้ 🙌
.
#DesignLazyyy #ClaudeAI #ClaudeCowork #AIUseCase #MeetupBangkok #AIWorkflow #Anthropic #Cleverse #AgenticAI #MCPprotocol #CreativeTalk
Share this article




