สิ่งที่ไม่กล้าโพสต์มาสองเดือน เรื่องอนาคตอาชีพดีไซเนอร์
Design Lazyyy
Design Lazyyy

Content นี้แอดเขียนไว้เกินสองเดือนแล้ว เขียนจบแล้วก็ปิดไฟล์ทิ้งไว้อย่างนั้น ไม่ใช่เพราะเขียนไม่เสร็จ แต่เพราะไม่กล้าโพสต์ กลัวดราม่า กลัวโดนหาว่าขู่ให้กลัว กลัว
Content นี้แอดเขียนไว้เกินสองเดือนแล้ว เขียนจบแล้วก็ปิดไฟล์ทิ้งไว้อย่างนั้น ไม่ใช่เพราะเขียนไม่เสร็จ แต่เพราะไม่กล้าโพสต์ กลัวดราม่า กลัวโดนหาว่าขู่ให้กลัว กลัวโดนถามว่ารู้ได้ยังไง ซึ่งตอนนั้นแอดก็ตอบไม่ได้ มันเป็นแค่ความรู้สึกของคนที่นั่งทำงานอยู่ตรงรอยต่อระหว่าง design กับ code มาทุกวัน
.
แต่ช่วงนี้เรื่องแปลกเกิดขึ้น content แนวเดียวกันนี้เริ่มทยอยออกมาให้เห็นเรื่อย ๆ จากสื่อต่างประเทศ จากบริษัทวิจัย จากคนระดับซีอีโอของ tool ที่พวกเราใช้กันทุกวัน และมันตรงกับสิ่งที่แอดเขียนทิ้งไว้จนขนลุก เลยตัดสินใจว่าถึงเวลาเปิดลิ้นชักแล้ว
.
อยากให้ลองนึกตามช้า ๆ ว่าถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วตำแหน่ง UX/UI Designer หายไปจาก org chart เราจะเหลืออะไร อย่าเพิ่งรีบตอบว่าไม่มีทาง เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเงียบ ๆ ในหลายองค์กรตอนนี้คือการเปลี่ยนชื่อตำแหน่ง การยุบรวมทีม การย้ายสายงานโดยที่เจ้าตัวไม่ได้เลือกเอง สองเดือนก่อนมันยังเป็นแค่ความคิดในหัวแอด วันนี้มันกลายเป็นสิ่งที่ทั้งวงการกำลังพูดถึง
.
ตำแหน่งที่กำลังเกิดใหม่ที่แอดอยากพูดถึงที่สุดชื่อว่า Software Design มันไม่ใช่ Software Engineer เพราะไม่ได้วัดกันที่เขียน code เก่ง และไม่ใช่ UX/UI แบบเดิมเพราะงานไม่ได้จบที่หน้าจอสวยอีกต่อไป มันคือคนที่ออกแบบทั้งระบบ ตั้งแต่ความตั้งใจของ user ไปจนถึงสิ่งที่ render ออกมาจริง คิดเป็น flow เข้าใจ logic คุยกับ AI ได้ คุยกับ dev รู้เรื่อง แต่หัวใจยังเป็นคนที่แคร์มนุษย์ที่อยู่หน้าจอ ถ้าให้นิยามสั้นที่สุดคือ designer ที่พูดภาษา code ได้ และ dev ที่มี taste
.
และมันไม่ได้มีแค่ชื่อเดียว พอแอดไปไล่ดูจริง ๆ พบว่ามันคือตระกูลตำแหน่งใหม่ที่โผล่มาพร้อมกันทั้งชุด ชื่อที่มาแรงสุดตอนนี้คือ Design Engineer ซึ่งจริง ๆ มีตัวตนมานานในบริษัทอย่าง Notion และ Vercel เพียงแต่ซ่อนอยู่ใต้ชื่ออื่น จนปี 2024 บริษัทต่าง ๆ เริ่มใช้ชื่อนี้อย่างเป็นทางการ และนักสรรหาสายดีไซน์จัดให้เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ตลาดต้องการตัวมากที่สุด นิยามของมันคือ คนที่ไม่ใช่ designer ที่นั่งรอ dev มา implement และไม่ใช่ dev ที่บังเอิญมีรสนิยมดี แต่คือคนที่เลื่อนไหลไปมาระหว่าง Figma กับ code ได้ด้วยตัวเอง ฟังดูคุ้นไหม นี่คือสิ่งที่หลายคนทำอยู่แล้วทุกวัน แค่ยังไม่มีชื่อเรียกก็เท่านั้น
.
ถัดมาคือสาย AI Designer และ AI UX Designer ที่ไม่ใช่แค่ใช้ AI ทำงาน แต่คือคนออกแบบตัวประสบการณ์ AI เอง รายงานสายงานปี 2026 จัดให้เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่โตเร็วที่สุด ถึงขั้นเริ่มมีประกาศรับสมัครระดับ Director of AI Design & Experience ที่มีหน้าที่กำหนด design language ของ AI ทำงานร่วมกับทีม technical และยึดงานดีไซน์ไว้กับ user research เหตุผลที่ตำแหน่งนี้ต้องมีก็ง่ายมาก AI ที่เก่งแค่ไหนแต่ใช้แล้วงง คนก็ไม่ใช้ Index.devODSC - Open Data Science
.
อีกสายหนึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากลงลึกฝั่ง code คือสิ่งที่ Nielsen Norman Group เพิ่งตีพิมพ์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เรียกว่าการกลับมาของ generalist หลังจากวงการ UX มุ่งสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาเป็นสิบปี AI กำลังทำให้เทรนด์กลับทิศ ทักษะหลายด้านจะหลอมรวมเป็นบทบาทแบบ experience designer และ experience architect คือคนที่กำกับงานดีไซน์ที่ AI ช่วยทำ เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ทั้งมนุษย์และ AI agent โดยยังคงความคิดเชิงกลยุทธ์จากการ research จริง พูดง่าย ๆ คือจากคนลงมือทำเองทุกอย่าง กลายเป็นวาทยกรที่คุมวง AI ทั้งวง Nielsen Norman Group
.
ถามว่าเรื่องนี้น่าเชื่อแค่ไหน ตัวเลขมันพูดเอง PwC Global AI Jobs Barometer พบว่าทักษะ AI สร้างส่วนต่างค่าตอบแทนถึง 56 เปอร์เซ็นต์ในปี 2026 เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 25 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีก่อนหน้า ส่วนรายงานของ Autodesk ชี้ว่า ตำแหน่งสายใหม่อย่าง Prompt Engineer โตขึ้น 135.8 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนแรงงานยุค AI-native ที่ผสมความเข้าใจเชิง technical เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ DesignWhineAutodesk News
และคนที่พูดเรื่องนี้ชัดที่สุดคือ Dylan Field ซีอีโอ Figma เขาบอกว่า ยิ่งเวลาผ่านไปเขายิ่งมั่นใจว่า designer จะเป็นหนึ่งในบทบาทสำคัญที่สุดของการสร้าง software ในอนาคต แต่ขอให้ระวังคำว่า designer ไว้ เพราะคนที่เรียกตัวเองว่า developer วันนี้ อาจเรียกตัวเองว่า designer ในอนาคตอันใกล้ ไม่ใช่เพราะเลิกเขียน code แต่เพราะเริ่มคิดถึงประสบการณ์ของ product แบบองค์รวม อ่านดี ๆ นะครับ เส้นแบ่งมันไม่ได้พังลงข้างเดียว dev ก็กำลังเดินข้ามมาฝั่งเราเหมือนกัน Figma
.
สังเกตไหมว่าทุกชื่อ ทุกสาย ไม่ว่าจะ Software Design, Design Engineer, AI Designer หรือ Experience Architect มันมีจุดร่วมเดียวกันหมด คือคิดเป็นระบบ คุยกับ code รู้เรื่อง และมี taste ซึ่งตรงกับที่ NN/g สรุปไว้ว่า critical thinking ความคิดสร้างสรรค์ และ taste จะกลายเป็นตัวแบ่งแยกคนในอาชีพนี้ เมื่อ AI รับงาน routine ไปทำแทน งานลาก pixel ที่เราเคยภูมิใจ AI ทำแทนได้แล้วและทำเร็วกว่า แต่การแก้ปัญหาให้คนจริง ๆ การมองเห็นทั้งระบบ และรสนิยม คือของที่ติดตัวเรามาตั้งแต่ยุค
Photoshop และยังไม่มีใครเลียนแบบได้
.
Pixelmojo มีข่าวร้ายข้อเดียวที่ต้องพูดตรง ๆ ตลาดงานดีไซน์ที่กำลังฟื้นตัวอยู่ตอนนี้ มันฟื้นไม่เท่ากัน คนระดับ senior และสาย generalist ฟื้นเร็วกว่า ส่วนตำแหน่ง entry-level ยังหายากและแข่งกันดุมาก แปลว่ายิ่งเริ่ม redesign ตัวเองช้าเท่าไหร่ ราคาที่ต้องจ่ายยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น Nielsen Norman Group
.
แอดเลยอยากชวนมองแบบนี้ การที่ตำแหน่งเปลี่ยนไม่ได้แปลว่าเราถูกลดค่า บางทีมันแปลว่างานของเราโตจนกรอบเดิมใส่ไม่พอดีแล้วต่างหาก title เป็นแค่กล่อง skill คือของจริงที่ติดตัวเราไปทุกที่ และคนที่จะรอดในรอบนี้ไม่ใช่คนที่ยืนปกป้องกล่องใบเก่า แต่คือคนที่กล้าหยิบตัวเองขึ้นมา redesign ก่อนใคร เราออกแบบ product ให้คนอื่นมาทั้งชีวิต ถึงเวลาออกแบบตัวเองบ้างแล้ว
.
เรื่องนี้แอดใช้เวลาสองเดือนกว่าจะกล้าโพสต์ ถ้าอ่านจบแล้วมันสะกิดใจ ฝากแชร์ให้เพื่อนสักคนที่ยังลาก pixel อยู่ทุกวันได้อ่านด้วย แล้วมาเล่าให้แอดฟังหน่อยว่า ถ้าวันนี้คุณไม่ใช่ UX/UI Designer แล้ว คุณอยากออกแบบตัวเองให้เป็นอะไรต่อ
.
#DesignLazyyy #UXUI #UXUIDesigner #SoftwareDesign #DesignEngineer #AIDesigner #DesignSystem #FutureOfDesign #AIera #DesignCareer #สายดีไซน์ #อาชีพยุคAI
Share this article



